Mousai Wellness Center

PEPTIDE THERAPY

"สเต็มเซลจากกระแสเลือด ( Peripheral Blood Stem cell : PBSC ) คือ เซลต้นกำเนิดเม็ดเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือด"

โดยปกติแล้ว เซลต้นกำเนิดเม็ดเลือด ที่ไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือดจะมีจำนวนน้อยมาก แต่สามารถเพิ่มจำนวนขึ้นได้อย่างมหาศาล หากได้รับการกระตุ้นจากไซโตไคน์ (Cytokines) หรือตัวกระตุ้นการทำงานของไขกระดูกที่เหมาะสม เช่น G-CSF (สารกระตุ้นไขกระดูกซึ่งร่างกายมนุษย์สามารถผลิตได้เองตามธรรมชาติ) หรือเกิดภายหลังการฟื้นตัวของไขกระดูกของผู้ป่วยที่ได้รับยาเคมีบำบัด การปลูกถ่ายสเต็มเซลที่ได้จากกระแสเลือด มีแนวโน้มที่จะปลูกติดเร็วกว่าสเต็มเซลจากไขกระดูก  ทั้งนี้เชื่อว่าเกิดจากการที่สเต็มเซลจากกระแสเลือดได้มีการพัฒนาจำนวนมากกว่าสเต็มเซลที่ได้จากไขกระดูก เมื่อพูดถึงการปลูกถ่าย

Peptide therapy เป็นวิธีการรักษาทางการแพทย์ที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในวงการความงามและการชะลอวัย (anti-aging) ซึ่ง PeptideTherapy เป็นเปปไทด์ (peptides) สายสั้นๆ ของกรดอะมิโน เพื่อกระตุ้นกระบวนการทางชีวภาพต่างๆ ในร่างกายที่เกี่ยวข้องกับการชะลอวัยและการฟื้นฟูสุขภาพ (Anti-Aging)

เปปไทด์คืออะไร?

เปปไทด์ (Peptide) เป็นโมเลกุลที่ประกอบด้วยกรดอะมิโนตั้งแต่ 2 ถึง 50 ตัวเชื่อมต่อกัน โดยทั่วไปมีขนาดเล็กกว่าโปรตีน แต่มีหน้าที่สำคัญในร่างกายมากมาย เช่น

1. ทำหน้าที่เป็นฮอร์โมน
2. เป็นสารสื่อประสาท
3. ควบคุมการแสดงออกของยีน
4. กระตุ้นการทำงานของเอนไซม์
5. ส่งเสริมการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ

การประยุกต์ใช้เปปไทด์ในเวชศาสตร์ชะลอวัย
(PEPTIDES THERAPY IN ANTI-AGING MEDICINE)

เปปไทด์ คือ สายสั้นของกรดอะมิโนที่เชื่อมต่อกัน ซึ่งถูกนำมาใช้ในร่างกายเพื่อส่งสัญญาณการเปลี่ยนแปลง เช่น การผลิตฮอร์โมน และการซ่อมแซมเนื้อเยื่อหรือเซลล์ที่เสียหาย เปปไทด์ยังช่วยกระตุ้นเซลล์ภูมิคุ้มกันให้ต่อสู้กับไวรัส แบคทีเรีย และโรคบางชนิด การบำบัดด้วยเปปไทด์ ช่วยกระตุ้นต่อมใต้สมองให้ผลิตและปล่อยฮอร์โมนการเจริญเติบโตของมนุษย์ (Human Growth Hormone – HGH) และยังช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนการเจริญเติบโตในร่างกาย

เปปไทด์เพื่อการบำบัด

(Therapeutic PeptideTherapy In Anti-Aging Medicine)

PeptideTherapy เปปไทด์เพื่อการบำบัดเป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ช่วยแก้ปัญหาสุขภาพหลายด้าน ด้วยคุณสมบัติในการกระตุ้นกระบวนการทำงานของเซลล์ในร่างกายอย่างเฉพาะเจาะจง ช่วยฟื้นฟูสุขภาพและส่งเสริมการทำงานของร่างกายในด้านต่าง ๆ

การใช้งานและประโยชน์ของ
Therapeutic Peptide

ภูมิคุ้มกัน (Immunity) : ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงของการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย รวมถึงช่วยให้ร่างกายต่อสู้กับโรคต่าง ๆ ได้ดีขึ้น

การลดน้ำหนัก (Weight Loss) : ช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันและควบคุมน้ำหนัก โดยไม่ส่งผลเสียต่อระบบอื่น ๆ ในร่างกาย

ปัญหาการนอนหลับ (Sleep Disorder) : เปปไทด์ช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนและการทำงานของสมอง เพื่อให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะพักผ่อนอย่างเต็มที่ ลดปัญหาการนอนไม่หลับและคุณภาพการนอน

อารมณ์ / สมาธิ และการจดจ่อ (Mood / Focus & Concentration) : 
ช่วยปรับปรุงอารมณ์ ลดความเครียด และเสริมสร้างสมาธิ รวมถึงความสามารถในการจดจ่อในงานต่าง ๆ

ชะลอวัย (Anti-Aging) : ช่วยลดริ้วรอย ฟื้นฟูเซลล์ผิว และเพิ่มคอลลาเจน ช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ รวมถึงช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย

ปัญหาสมรรถภาพทางเพศ (Sexual Dysfunction) : ฟื้นฟูระบบฮอร์โมนเพศ ช่วยเพิ่มพลังงานและปรับปรุงสมรรถภาพทางเพศในทั้งชายและหญิง

การรักษาบาดแผล / สุขภาพลำไส้ และฟื้นฟูผิว (Wound Healing / Gut Health & Skin Repair) : ช่วยเร่งกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ลดการอักเสบ และฟื้นฟูสุขภาพของลำไส้และผิวหนัง

ฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth Hormones) : กระตุ้นการผลิตฮอร์โมนการเจริญเติบโตของร่างกาย ช่วยในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ กระดูก และระบบต่าง ๆ ให้ทำงานได้ดีขึ้น

Therapeutic Peptide เป็นตัวช่วยในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสุขภาพ ชะลอวัย และเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายให้ยาวนานขึ้น

เปปไทด์สำหรับการลดน้ำหนัก / เพิ่มประสิทธิภาพทางกีฬา และสุขภาพของผู้ชาย

MOTS-c (แบบฉีด) : เปปไทด์ที่ช่วยเพิ่มกระบวนการเผาผลาญพลังงานในระดับเซลล์ ช่วยให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้ดีขึ้น เสริมพลังงาน และลดความอ่อนล้าจากการออกกำลังกาย

Melanotan II (แบบฉีด) : เปปไทด์ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างเมลานินในผิวหนัง มีผลช่วยลดความอยากอาหารและเสริมสมรรถภาพทางเพศในผู้ชาย นอกจากนี้ยังช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด

5-Amino-1MQ (แบบแคปซูล) : ช่วยลดการสะสมไขมันและเพิ่มการเผาผลาญพลังงานระดับเซลล์ โดยทำหน้าที่ยับยั้งเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการกักเก็บไขมันในร่างกาย

Tesofensine (แบบแคปซูล) : ยาช่วยลดน้ำหนักที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมความอยากอาหารและเพิ่มการเผาผลาญไขมันอย่างรวดเร็ว

LGD-4033 (แบบแคปซูล) : เปปไทด์ในกลุ่ม SARMs ที่ช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อและความแข็งแรง โดยไม่กระทบต่อฮอร์โมนอื่น ๆ ช่วยเสริมการฟื้นฟูกล้ามเนื้อหลังการออกกำลังกาย

เปปไทด์สำหรับปัญหาการนอนหลับ (Peptides for Sleep Disorder)

DSIP (แบบฉีด) : เปปไทด์ที่ช่วยปรับวงจรการหลับและตื่นตามธรรมชาติ (Circadian Rhythm) ลดความเครียดและความวิตกกังวลที่อาจรบกวนการนอนหลับ ช่วยให้ร่างกายเข้าสู่สภาวะพักผ่อนได้ดีขึ้น

Epithalon (แบบฉีด) : เปปไทด์ที่มีบทบาทในการกระตุ้นการผลิตเมลาโทนิน (Melatonin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนสำคัญที่ช่วยควบคุมการนอนหลับและเพิ่มคุณภาพของการนอน นอกจากนี้ยังช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์

DHH-B (แบบแคปซูล) : สารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดความเครียดออกซิเดชันในสมอง ช่วยให้สมองผ่อนคลายและลดความกังวล ส่งผลให้การนอนหลับลึกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

Selank (แบบสเปรย์พ่นจมูก) : เปปไทด์ที่ช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวลในระยะยาว กระตุ้นการผ่อนคลายของสมอง ส่งผลให้สามารถหลับได้ง่ายและนอนหลับได้ต่อเนื่อง

เปปไทด์สำหรับการปรับอารมณ์ / เสริมสมาธิ และความจดจ่อ

Dihexa (แบบแคปซูล) : เปปไทด์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นการสร้างการเชื่อมต่อของเซลล์สมอง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการคิดวิเคราะห์และการเรียนรู้ อีกทั้งยังช่วยเสริมความจำและลดอาการสมองล้า

Noopept (แบบแคปซูล) :  สารเสริมสมองที่มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความสามารถในการเรียนรู้และจดจำ รวมถึงช่วยปรับปรุงสมาธิ ลดความเครียด และเพิ่มประสิทธิภาพของสมองในระยะยาว

Semax (แบบสเปรย์พ่นจมูก) : เปปไทด์ที่ช่วยปรับปรุงการไหลเวียนของเลือดในสมอง เพิ่มพลังงานให้สมองทำงานได้ดีขึ้น เหมาะสำหรับการเสริมสมาธิและความจดจ่อ อีกทั้งยังช่วยลดความวิตกกังวล

เปปไทด์เพื่อการชะลอวัย (Peptides for Anti-Aging)

SS-31 (แบบฉีด) : เปปไทด์ที่ช่วยปกป้องไมโทคอนเดรีย (Mitochondria) ในเซลล์ ช่วยลดการอักเสบและชะลอความเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย

MOTS-c (แบบฉีด) : ช่วยเพิ่มกระบวนการเผาผลาญพลังงานในระดับเซลล์ ลดความเสื่อมของเซลล์ และช่วยรักษาสมดุลพลังงานในร่างกาย

Epithalon (แบบฉีด) : กระตุ้นการผลิตเทโลเมียร์ (Telomere) ซึ่งช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ ส่งผลให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้นและช่วยเพิ่มอายุขัยของเซลล์

FOX-04 DRI (แบบฉีด) : เปปไทด์ที่มีบทบาทสำคัญในการกำจัดเซลล์ที่เสื่อมสภาพในร่างกาย ช่วยลดการอักเสบและฟื้นฟูเนื้อเยื่อ

NMN (แบบแคปซูล) : สารที่ช่วยเพิ่มการผลิต NAD+ ซึ่งสำคัญต่อกระบวนการซ่อมแซมเซลล์และชะลอความชรา

เปปไทด์สำหรับการฟื้นฟู (แผล, ระบบลำไส้ และการซ่อมแซมผิวหนัง)

GHK-CU (แบบฉีดและทาภายนอก) : 
เปปไทด์ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเสริมกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ช่วยลดรอยแผลเป็นและฟื้นฟูผิวให้เรียบเนียน

Thymosin Beta-4 (แบบฉีด) : เปปไทด์ที่ช่วยเพิ่มการเคลื่อนที่ของเซลล์และการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ช่วยลดการอักเสบและเร่งการฟื้นฟูแผล

BPC-157 (แบบฉีดและแคปซูล) : เปปไทด์ที่ช่วยฟื้นฟูระบบลำไส้ เสริมสร้างผนังลำไส้ ลดการอักเสบ และช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสียหาย

เปปไทด์สำหรับปัญหาสมรรถภาพทางเพศ (Peptides for Sexual Dysfunction)

PT-141 (แบบฉีดและแบบสเปรย์พ่นจมูก) : เปปไทด์ที่ช่วยกระตุ้นระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับความต้องการทางเพศ ช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศทั้งในชายและหญิง และสามารถใช้ในกรณีที่มีปัญหาหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

Oxytocin (แบบสเปรย์พ่นจมูก) : ฮอร์โมนที่มีบทบาทสำคัญในความผูกพันและความสัมพันธ์ ช่วยเพิ่มความไว้วางใจ ความใกล้ชิด และกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ

เปปไทด์สำหรับการกระตุ้นฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth Hormone)

CJC-1295 (แบบฉีด) : เปปไทด์ที่ช่วยกระตุ้นการผลิตฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth Hormone) ในระยะยาว เสริมการฟื้นฟูกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อ รวมถึงชะลอความชรา

Ipamorelin (แบบฉีด) : เปปไทด์ที่ช่วยกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนการเจริญเติบโตในร่างกาย โดยไม่มีผลข้างเคียงต่อฮอร์โมนอื่น ๆ ช่วยเพิ่มความแข็งแรงและฟื้นฟูกล้ามเนื้อ

Tesamorelin (แบบฉีด) : เปปไทด์ที่ช่วยลดไขมันในช่องท้องและเสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับปรุงรูปร่างและเพิ่มประสิทธิภาพร่างกาย

AOD 9604 (แบบฉีด) : เปปไทด์ที่เน้นช่วยลดไขมันส่วนเกิน โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้องและสะโพก โดยไม่กระทบต่อระดับน้ำตาลในเลือด

MK-677 (แบบแคปซูล) : ช่วยกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนการเจริญเติบโตและเพิ่มความอยากอาหาร เสริมสร้างการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อและฟื้นฟูร่างกาย

เปปไทด์เพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน (Peptides for Immunity)

Thymosin alpha 1 : เปปไทด์ที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว (T-cells) เพื่อช่วยต่อสู้กับการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย รวมถึงช่วยป้องกันโรคต่าง ๆ

Thymosin beta 4 : เปปไทด์ที่ช่วยลดการอักเสบและฟื้นฟูเนื้อเยื่อที่เสียหาย มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและเพิ่มความสามารถของร่างกายในการต่อสู้กับการติดเชื้อ

ชนิดของ Peptide Therapy ที่ใช้บ่อย

Growth Hormone Releasing Peptides (GHRPs) : GHRP-2, GHRP-6, Ipamorelin กระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนการเจริญเติบโต ช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ลดไขมัน และปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับ

Growth Hormone Releasing Hormones (GHRHs) : CJC-1295, Sermorelin เพิ่มการผลิตฮอร์โมนการเจริญเติบโตตามธรรมชาติ ส่งเสริมการซ่อมแซมเนื้อเยื่อและการฟื้นฟูร่างกาย

Collagen Peptides : Palmitoyl Tripeptide-1, Palmitoyl Tetrapeptide-7 กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน เพิ่มความยืดหยุ่นและความชุ่มชื้นของผิว

Copper Peptides : GHK-Cu ส่งเสริมการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระและการอักเสบ

Thymosin Peptides : Thymosin Beta-4, Thymosin Alpha-1 กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ส่งเสริมการซ่อมแซมเนื้อเยื่อและการหายของแผล

Melanotan Peptides : Melanotan II กระตุ้นการสร้างเม็ดสีเมลานิน ช่วยในการป้องกันผิวจากรังสี UV และเพิ่มสีผิว

BPC-157 (Body Protection Compound 157) : ส่งเสริมการซ่อมแซมเนื้อเยื่อและการหายของแผล ลดการอักเสบและปวด

ประโยชน์ของ Peptide Therapy

1. ฟื้นฟูสภาพผิว

ลดเลือนริ้วรอย : เปปไทด์บางชนิด เช่น คอปเปอร์เปปไทด์ (Copper Peptides) ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ช่วยลดเลือนริ้วรอยและร่องลึก

เพิ่มความยืดหยุ่น : กระตุ้นการผลิตคอลลาเจน ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ทำให้ดูอ่อนเยาว์

ปรับสีผิว : ช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดสีเมลานิน ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอและป้องกันผิวจากความเสียหายจากแสงแดด

เร่งการซ่อมแซม : สามารถเร่งกระบวนการซ่อมแซมเซลล์ผิว ช่วยฟื้นฟูผิวที่เสียหายจากแสงแดดหรือมลภาวะ

2. เพิ่มมวลกล้ามเนื้อและลดไขมัน

กระตุ้นการสร้างกล้ามเนื้อ : เปปไทด์บางชนิด เช่น Growth Hormone Releasing Peptides (GHRPs) ช่วยกระตุ้นการสร้างกล้ามเนื้อ ทำให้ร่างกายดูกระชับและแข็งแรง

เพิ่มการเผาผลาญ : การเพิ่มมวลกล้ามเนื้อช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญพื้นฐาน ทำให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้มากขึ้น 

ปรับสัดส่วนร่างกาย : ด้วยการเพิ่มมวลกล้ามเนื้อและลดไขมัน Peptide Therapy สามารถช่วยปรับสมดุลของร่างกายโดยรวม

3. เพิ่มพลังงานและความสดชื่น

ช่วยให้การนอนมีคุณภาพ : เปปไทด์บางชนิดช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับ ทำให้นอนหลับได้ดีขึ้น

เพิ่มความกระปรี้กระเปร่า : การนอนที่ดีมีคุณภาพ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ ช่วยให้รู้สึกสดชื่นและมีพลังงานมากขึ้น

ช่วยลดอาการเหนื่อยล้า : Peptide Therapy สามารถช่วยบรรเทาอาการเหนื่อยล้าเรื้อรัง ฟื้นฟูการทำงานของไมโทคอนเดรีย

4. การเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน

กระตุ้นการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกัน : เปปไทด์บางชนิด เช่น Thymosin Alpha-1 สามารถกระตุ้นการทำงานของเซลล์ T ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของระบบภูมิคุ้มกัน

ลดการอักเสบ : ช่วยลดการอักเสบเรื้อรังในร่างกาย

เพิ่มความต้านทานต่อโรคติดเชื้อ : ระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงช่วยให้ร่างกายต่อสู้กับเชื้อโรคได้ดีขึ้น

5. การปรับปรุงสุขภาพกระดูกและข้อต่อ

กระตุ้นการสร้างมวลกระดูก : กระตุ้นการสร้างเซลล์กระดูก ลดความเสี่ยงภาวะกระดูกพรุน

ลดการอักเสบในข้อต่อ : คุณสมบัติต้านการอักเสบของเปปไทด์ช่วยบรรเทาอาการปวดและอักเสบในข้อต่อ

เพิ่มความยืดหยุ่นของข้อต่อ : การปรับปรุงสุขภาพของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและการเคลื่อนไหวของข้อต่อ

6. ฟื้นฟูระบบประสาท

ฟื้นฟูและซ่อมแซมเซลล์ประสาท : กระตุ้นการซ่อมแซมและการเจริญของเซลล์ประสาท

บำรุงความจำ : การฟื้นฟูเซลล์ประสาทสามารถช่วยเกี่ยวกับความจำและกระบวนการคิด

ลดความเสี่ยงของโรคทางระบบประสาท : การป้องกันและซ่อมแซมเซลล์ประสาทอาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคทางระบบประสาทบางชนิด

7. ปรับสมดุลฮอร์โมน

ปรับสมดุลฮอร์โมน : Peptide Therapy สามารถช่วยรักษาระดับฮอร์โมนให้เหมาะสมตามวัย โดยเฉพาะฮอร์โมนการเจริญเติบโต

ลดอาการวัยทอง : การปรับสมดุลฮอร์โมนช่วยบรรเทาอาการของวัยทองในทั้งผู้หญิงและผู้ชาย

ฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศ : ช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศและช่วยเพิ่มความต้องการทางเพศ

ประโยชน์ของการบำบัดด้วย Peptide Therapy

1. กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน : เปปไทด์ช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินในผิว ทำให้ผิวกระชับและยืดหยุ่นขึ้น ลดเลือนริ้วรอยและเส้นบาง ๆ

2. ฟื้นฟูและซ่อมแซมผิว : เปปไทด์มีคุณสมบัติในการฟื้นฟูเซลล์ผิวที่เสียหาย ช่วยให้ผิวดูสดใสและสุขภาพดี

3. เพิ่มความชุ่มชื้น : เปปไทด์ช่วยเสริมสร้างเกราะป้องกันผิว ทำให้ผิวสามารถกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดีขึ้น

4. ลดการอักเสบและระคายเคือง : เปปไทด์บางชนิดมีคุณสมบัติต้านการอักเสบ ช่วยลดอาการแดงและระคายเคืองของผิว

5. ปรับปรุงสีผิว : เปปไทด์ช่วยลดการผลิตเมลานินที่มากเกินไป ทำให้สีผิวสม่ำเสมอและลดจุดด่างดำ

6. เสริมสร้างเกราะป้องกันผิว : เปปไทด์ช่วยเสริมสร้างเกราะป้องกันผิว ทำให้ผิวแข็งแรงและทนต่อมลภาวะภายนอกได้ดีขึ้น

หลักการทำงานของ Peptide Therapy

1. กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน

  • เปปไทด์ส่งสัญญาณไปยังเซลล์ผิวเพื่อกระตุ้นการผลิต คอลลาเจน และ อีลาสติน ซึ่งเป็นโปรตีนสำคัญที่ช่วยให้ผิวกระชับ ยืดหยุ่น และลดเลือนริ้วรอย

2. ฟื้นฟูและซ่อมแซมเซลล์ผิว

  • เปปไทด์บางชนิดช่วยเร่งกระบวนการฟื้นฟูและซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสียหาย โดยการกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ที่มีสุขภาพดี

3. ลดการอักเสบ

  • เปปไทด์มีคุณสมบัติ ต้านการอักเสบ ช่วยลดรอยแดง อาการบวม และระคายเคือง ทำให้ผิวดูเรียบเนียนและสงบ

4. เพิ่มความชุ่มชื้น

  • เปปไทด์ช่วยเสริมสร้าง เกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ทำให้ผิวสามารถกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดีขึ้น ลดปัญหาผิวแห้งและหยาบกร้าน

5. ปรับสมดุลการผลิตเม็ดสี

  • เปปไทด์บางชนิดมีบทบาทในการ ยับยั้งการสร้างเมลานิน ซึ่งช่วยลดจุดด่างดำและปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ

6. เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของผิว

  • ช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้น สามารถป้องกันการทำลายจากปัจจัยภายนอก เช่น มลภาวะและรังสี UV

7. สนับสนุนการทำงานในระดับเซลล์

  • เปปไทด์ทำหน้าที่เป็น Messenger Molecules ส่งสัญญาณให้เซลล์ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพในด้านต่าง ๆ เช่น การสร้างเซลล์ใหม่ การซ่อมแซม และการป้องกัน
    การใช้งานเปปไทด์ในบริการของ Mousai Wellness Center
  • เปปไทด์ถูกนำมาใช้ในรูปแบบ การฉีด, ทรีตเมนต์ผิว, หรือในผลิตภัณฑ์ เวชสำอาง เพื่อตรงเข้าฟื้นฟูและดูแลผิวในบริเวณที่ต้องการ

Peptide Therapy เหมาะกับใครบ้าง

1. ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวพรรณ : เปปไทด์ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวกระชับและลดเลือนริ้วรอย

2. ผู้ที่มีปัญหาผิวแห้งหรือขาดความชุ่มชื้น : เปปไทด์ช่วยเสริมสร้างเกราะป้องกันผิว ทำให้ผิวสามารถกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดีขึ้น

3. ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายหรือระคายเคือง : เปปไทด์มีคุณสมบัติต้านการอักเสบ ช่วยลดอาการแดงและระคายเคืองของผิว

4. ผู้ที่ต้องการปรับปรุงสีผิว : เปปไทด์ช่วยลดการผลิตเมลานินที่มากเกินไป ทำให้สีผิวสม่ำเสมอและลดจุดด่างดำ

5. ผู้ที่ต้องการเสริมสร้างเกราะป้องกันผิว : เปปไทด์ช่วยเสริมสร้างเกราะป้องกันผิว ทำให้ผิวแข็งแรงและทนต่อมลภาวะภายนอกได้ดีขึ้น

6. ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวหลังการทำเลเซอร์หรือหัตถการอื่น ๆ : เปปไทด์ช่วยเร่งการฟื้นฟูผิวหลังการทำหัตถการ ทำให้ผิวฟื้นตัวเร็วขึ้น

วิธีการเตรียมตัวก่อนรับบริการ Peptide Therapy

1. ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

  • นัดหมายเพื่อพูดคุยกับแพทย์เกี่ยวกับปัญหาสุขภาพและเป้าหมายในการรักษา
  • แจ้งประวัติสุขภาพ ประวัติการแพ้ยา หรือยาที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เช่น ยาต้านการอักเสบ หรือยาที่ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน

2. งดยาบางชนิด

  • ยากลุ่ม NSAIDs (เช่น ไอบูโพรเฟน): งดยากลุ่มนี้อย่างน้อย 7 วันก่อนเข้ารับบริการ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อระบบการอักเสบของร่างกาย
  • หากใช้ยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

3. งดดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่

  • งดการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ 3 วันก่อนการรักษา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการฟื้นฟูและการทำงานของ Peptide

4. ดื่มน้ำให้เพียงพอ

  • ดื่มน้ำอย่างน้อย 1-2 ลิตรในวันก่อนการรักษา เพื่อช่วยให้ร่างกายพร้อมและเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการดูดซึม

5. งดการใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีสารเคมีรุนแรง

  • หากการรักษาเกี่ยวข้องกับผิวหน้า ให้หลีกเลี่ยงการใช้สครับ ครีมผลัดเซลล์ผิว หรือผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีเข้มข้นในช่วง 2-3 วันก่อนเข้ารับบริการ

6. พักผ่อนให้เพียงพอ

  • ควรนอนหลับให้เพียงพอ 7-8 ชั่วโมงในคืนก่อนวันเข้ารับบริการ เพื่อให้ร่างกายพร้อมและฟื้นตัวได้ดี

7. สวมเสื้อผ้าที่สะดวกสบาย

  • เลือกเสื้อผ้าที่หลวมและสบาย เพื่อความสะดวกในระหว่างการรักษา

8. งดการทำกิจกรรมที่หนักหรือเครียด

  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ใช้แรงมากในวันก่อนการรักษา เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายอ่อนล้า

9. แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับอาหารเสริม

  • หากกำลังใช้อาหารเสริมบางชนิด เช่น วิตามินหรือผลิตภัณฑ์ที่ส่งผลต่อระบบฮอร์โมน ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ

วิธีดูแล และปฎิบัติหลังทำบริการ Peptide Therapy

1. ดื่มน้ำให้เพียงพอ

  • ดื่มน้ำอย่างน้อย 8-10 แก้วในวันหลังการรักษา เพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึมเปปไทด์และฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว

2. พักผ่อนให้เพียงพอ

  • ควรนอนหลับอย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูและซ่อมแซมเซลล์ในระดับลึก

3. งดกิจกรรมหนักหรือการออกกำลังกาย

  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักหรือกิจกรรมที่ใช้แรงมากในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายอ่อนล้า

4. หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่

  • งดดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่อย่างน้อย 3-5 วันหลังการรักษา เพราะอาจลดประสิทธิภาพของเปปไทด์

5. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์

  • เลือกอาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น ไข่ ปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน หรือถั่ว เพื่อสนับสนุนการสร้างและฟื้นฟูโปรตีนในร่างกาย
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูงหรือไขมันทรานส์

6. หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีรุนแรง

  • หากการรักษาเกี่ยวข้องกับผิวหน้า ควรงดใช้สครับ ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว หรือครีมที่มีสารเคมีเข้มข้นในช่วง 2-3 วันแรก

7. ปกป้องผิวจากแสงแดด

  • หากเกี่ยวข้องกับการรักษาผิวพรรณ ให้ใช้ครีมกันแดดที่มี SPF สูง และหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดโดยตรง

8. สังเกตอาการผิดปกติ

  • หากมีอาการผิดปกติ เช่น ผื่นแดง อาการบวม หรืออาการแพ้ ควรติดต่อแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ของคลินิกทันที

9. เข้ารับการติดตามผลตามคำแนะนำ

  • แพทย์อาจแนะนำให้เข้ารับการติดตามผลหรือการรักษาเพิ่มเติม เพื่อประเมินผลลัพธ์และปรับการรักษาให้เหมาะสม

NOOPEPT (ORAL CAPSULE)

LOSE FAT WHITHOUT LOSING MUSCLE

The Peptide making waves in medicine and fitness

Sensitive skin inflammation weak skin barrier

Naturally Stronger with CJC-1295

DO YOU STRUGGLE WITH SLEEP?

Foxo4-DRI vs Natural Pathways

GHK-CU The Science of Timeless Beauty

IPAMORELIN The Key to Youth form Within
Boosting Growth Hormone Naturally

MOTS-C MITOCHONDRIAL SUPPORT
WEIGHT LOSSAND BRAIN HEALTH

FEMALE SEXUAL DYSFUNCTION IS REAL
Could it be LOW OXYTOCIN!

MOUSAI SIGNATURE LONGEVITY PEPTIDE
Your Path to Longevity!

TESAMORELIN
THE VISCERAL FAT REDUCTION PEPTIDE

SMALL DOSE BIG IMPACT
THE BENEFITS OF LOW-DOSE TIRZEPATIDE

#CJC1295withDAC #PeptideTherapy #GrowthHormoneSupport #CellularAntiAging #LongevityMedicine #reshape #LongevityScience #wellness #longevity #cellularhealth #WellnessBangkok #proactivehealth #LongevityCare #ReverseX #ReverseClub #MousaiWellness #LongevityStartsNow #MousaiTrueAge #ReverseX #MousaiReverseClub #TrueAge #AntiAging #ชะลอวัย