ApoE GENE
ตรวจเลือดดูความเสี่ยงโรค Alzheimer’s
โรคความจำเสื่อม หรืออัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease) เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับความเสื่อมของเซลล์สมองทุกส่วน ถือเป็นโรคเกี่ยวกับความเสื่อมชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อยที่สุด หากมีความเสื่อมเกิดขึ้นแล้วไม่มีวันหาย
ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์จะไม่สามารถควบคุมตนเองได้ สูญเสียการประสานงานของกล้ามเนื้อ ไม่สามารถแยกผิด แยกถูกได้ มีปัญหาในเรื่องการใช้ภาษา ความจำ ในระยะสุดท้ายของโรคจะสูญเสียความจำทั้งหมด
จากข้อมูลสถิติระบาดวิทยาขององค์การอนามัยโลกพบว่า โรคอัลไซเมอร์อุบัติการณ์มากขึ้น
🍀 ช่วงอายุ 50 ปี มีโอกาสเกิดโรคอัลไซเมอร์ประมาณ 25%
🍀 ช่วงอายุ 60 ปี มีโอกาสเกิดโรคอัลไซเมอร์เพิ่มประมาณ 50%
🍀 ช่วงอายุ 80-84 ปี เป็นช่วงที่อัตราการเกิดโรคอัลไซเมอร์สูงสุด คือ ประมาณ 89%
🍀 ช่วงอายุ 85-99 ปี อาการของโรคอัลไซเมอร์ จะเริ่มคงที่
โดยผู้สูงอายุที่ไม่ได้ทำงาน หรือไม่ได้ทำกิจกรรม หรือไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวร่างกาย หรือขาดการออกกำลังกาย มีโอกาสที่จะเกิดภาวะโรคอัลไซเมอร์ถึง 90%
ปัจจัยเสี่ยง Alzheimer’s ภาวะสมองเสื่อมจะเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ และจะค่อย ๆ ทวีความรุนแรงขึ้นตามระยะเวลา ยิ่งอายุมากขึ้นความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์ยิ่งเพิ่มมากขึ้น
ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ (ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้)
- อายุ : เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด หลังจากที่มีอายุครบ 65 ปี มีโอกาสเป็นโรคอัลไซเมอร์เพิ่มขึ้นสองเท่า ทุก ๆ 5 ปี ไม่เพียงผู้สูงอายุเท่านั้น ที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอัลไซเมอร์ ผู้ที่อายุต่ำกว่า 65 ปี มีโอกาสเป็นโรคอัลไซเมอร์มากถึง 5%
ประวัติครอบครัว : ในบางครอบครัวโรคอัลไซเมอร์เกิดจากการสืบทอดยีน โดยเฉพาะในครอบครัวที่สมาชิกในครอบครัวมีอาการสมองเสื่อมหลายรุ่น และมีอาการตั้งแต่ในวัยเยาว์จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นโรคอัลไซเมอร์มากขึ้น
- โรคดาวน์ซินโดรม : ผู้ที่เป็นโรคดาวน์ซินโดรมจำนวนมากพบว่ามีภาวะโรคอัลไซเมอร์ร่วมด้วย โดยมีอาการเร็วกว่าคนปกติทั่วไป 10 หรือ 20 ปี
- เพศ : พบว่าเพศหญิงมีความเสี่ยงในการเกิดโรคอัลไซเมอร์มากกว่าเพศชาย
- การกลายพันธ์ของยีน : การกลายพันธ์ของยีน Apolipoprotein E (Apo E), Amyloid-beta Precursor Protein (APP), Presenilin 1 (PSEN1) และ Presenilin 2 (PSEN2) และ Down’s syndrome จะทำให้ปรากฎอาการของโรคอัลไซเมอร์เร็วกว่าคนปกติ
ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ (ที่เกิดขึ้นภายหลัง)
- การบาดเจ็บบริเวณศีรษะอย่างรุนแรง : ผู้ที่มีการบาดเจ็บทางศีรษะอย่างรุนแรง จะมีความเสี่ยงต่อเป็นโรคอัลไซเมอร์เพิ่มขึ้น
- มีปัญหาเรื่องการนอนหลับ : มีงานวิจัยพบว่า ผู้ที่มีปัญหาในการนอนหลับ นอนหลับผิดปกติ เช่น การหยุดหายใจขณะนอนหลับ จะมีความเสี่ยงสูงต่อการเป็นโรคอัลไซเมอร์
- การดำเนินชีวิต (lifestyle) : การขาดการออกกำลังกาย โรคอ้วน การสูบบุหรี่
- โรคประจำตัว : โรคเบาหวานประเภท 2 ภาวะความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอลสูง โรคเกี่ยวกับหลอดเลือดสมอง
อาการเบื้องต้น
- โรคอัลไซเมอร์อาจทำให้เกิดการทะเลาะกับคนในครอบครัว เนื่องจากมีอาการหลงลืมที่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
- สับสนเรื่องเวลา และสถานที่ จำทางกลับบ้านไม่ได้
- ความสามารถในการตัดสินใจลดลง
- อารมณ์ และบุคลิกภาพเปลี่ยนแปลงไป
- จำชื่อคนรอบข้างไม่ได้
ตรวจยีน Apolipoprotein E: Apo E ดูความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์ในอนาคต
ApoE คืออะไร ?
Apolipoprotein E (ApoE) เป็นโปรตีนที่มีบทบาท ในการขนส่งไขมัน และสารต่างๆ ไปยังอวัยวะ ได้ 3 รูปแบบ คือ ApoE-2, ApoE-3 และ ApoE-4 ซึ่งรูปแบบต่าง ๆ มีความสามารถในการทำงานที่แตกต่างกัน
จากการศึกษาพบว่าการสะสมของโปรตีนเบต้าอะไมลอยด์ (Beta-amyloid) ในเซลล์ประสาทสัมพันธ์กับความเสี่ยงในการเกิดโรคอัลไซเมอร์ ซึ่งการสะสมของโปรตีนเบต้าอะไมลอยด์นี้เกี่ยวข้องกับ ApoE
เนื่องจาก ApoE มีบทบาทสำคัญในการช่วยขจัดโปรตีนเบต้าอะไมลอยด์ออกจากเซลล์ประสาท ApoE แต่ละรูปแบบจะมีความสามารถในการขจัดโปรตีนเบต้าอะไมลอยด์ที่แตกต่างกัน
ดังนั้น ผู้ที่มี ApoE ในรูปแบบที่สามารถขจัดโปรตีนชนิดนี้ได้น้อย ทำให้มีการสะสมของเบต้าอะไมลอยด์ในเซลล์ประสาทมากขึ้น จึงมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคอัลไซเมอร์สูงขึ้น
การแปรผลของ ApoE Gene ที่สัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อการเกิคโรคอัลไซเมอร์สามารถสรุปได้ดังนี้
ApoE-2 เป็นยีนที่ดีที่สุดในการป้องกันการเกิดโรคอัลไซเมอร์ (Protective gene)
ApoE-3 เป็นยีนที่พบมากที่สุดในคนส่วนใหญ่
ApoE-4 *** เป็นยีนที่มีความสัมพันธ์กับโรคอัลไซเมอร์ หากตรวจพบยีน ApoE4 ทำให้มีความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์มากกว่าคนทั่วไป (Risk-factor gene)
การแปรผลยีน ApoE
1. E3/E3 จากสถิติพบความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์เท่ากับค่าเฉลี่ยของคนทั่วไป
2. E2/E2 หรือ E2/E3 มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคอัลไซเมอร์ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของคนทั่วไป 0.6 เท่า
3. E2/E4, E3/E4 หรือ E4/E4 *** มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคอัลไซเมอร์สูงกว่าค่าเฉลี่ยของคนทั่วไป 15 – 20 เท่า
การเตรียมตัวก่อนตรวจ
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- ไม่ต้องงดน้ำและอาหาร
ระยะเวลารอผล 3 วัน


