แนะนำ Lifestyle medicine : แพทย์ด้านการปรับเปลี่ยนวิถี Lifestyle

Mousai Wellness Center

แนะนำ Lifestyle medicine :
แพทย์ด้านการปรับเปลี่ยนวิถี Lifestyle

การแพทย์ด้าน Lifestyle medicine เป็นการแพทย์สาขาใหม่ ที่มุ่งเน้นการรักษาไปที่ต้นเหตุของโรค (Treating the cause) ซึ่งเป็นการใช้หลักฐานทางการแพทย์เชิงประจักษ์ (Evidence-based medicine) ประกอบการรักษา ปัจจุบันนี้เราพบว่าโรคเรื้อรังส่วนใหญ่สามารถดีขึ้นได้ จากการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ ซึ่งการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์นั้นจำเป็นต้องเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาร่วมกับการรักษาของแพทย์แผนปัจจุบัน

ปัจจุบันประเทศสหรัฐอเมริกา บุคคลทั่วไปสามารถใช้สิทธิ์การรักษาเบิกประกันสุขภาพเพื่อรักษาแนวทางในการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ได้อีกด้วย

การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์นั้น จะมุ่งเน้นไปที่ 6 องค์ประกอบหลัก ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้เป็นหัวใจสำคัญของการดูแลสุขภาพที่ยั่งยืนตลอดอายุขัย องค์ประกอบทั้ง 6 ข้อ ได้แก่ (สำหรับรายละเอียดนั้น จะค่อยๆ พูดถึง ในครั้งถัดไป)

1. สารอาหาร (Nutrition/Healthful eating) อาหารจัดเป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดในเรื่องของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยการแพทย์ด้านเวชศาสตร์ไลฟ์สไตล์นั้น จะเน้นไปที่การรับประทานอาหารในรูปแบบที่เรียกว่า Whole food/Plant-based diet ซึ่งก็คือ การรับประทานอาหารจากพืชเป็นหลักในรูปแบบที่ใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด หลีกเลี่ยงการขัดสี หรือแปรรูปต่าง ๆ รวมถึงลดการรับประทานเนื้อสัตว์ลง ซึ่งคำว่า Plant-based diet นั้น อาหารหลักมากกว่า 95% จะมาจากพืช ผัก ผลไม้ ธัญพืชและถั่วชนิดต่าง ๆ นอกจากนี้ในงานวิจัยจากต่างประเทศ พบว่าอาหารในรูปแบบ Whole food/Plant-based diet นั้น สามารถป้องกันและช่วยฟื้นฟูโรคเรื้อรังชนิดต่าง ๆ ได้อีกด้วย

2. การออกกำลังกาย หรือการมีกิจกรรมทางกาย (Exercise/ Physical activity) ที่กระฉับกระเฉงหรือ Active เพื่อให้มีสุขภาพทางกายที่ดีเราควรจะมีการออกกำลังกายให้ครบทุกรูปแบบสลับกันไปตามเป้าหมายและปัญหาสุขภาพของแต่ละบุคคล รวมถึงควรมีกิจกรรมทางกายที่กระฉับกระเฉงหรือ Active เป็นส่วนใหญ่

ประเภทของการออกกำลังกายนั้น ในทางเวชศาสตร์ไลฟส์สไตล์จะแบ่งออกเป็น 4 ประเภท โดยเพิ่มการฝึกการทรงตัว (Balance) ขึ้นมาอีก 1 ประเภท เนื่องจากปัจจุบันเป็นยุคของสังคมผู้สูงอายุ จึงควรฝึกการทรงตัวเพื่อป้องกันการหกล้ม

  • การออกกำลังแบบแอโรบิก Aerobic (cardiovascular) เป็นการฝึกเพื่อเพิ่มความสมบูรณ์แข็งแรงของระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงปอด
  • การฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (Strength) หรือที่เราเรียกกันว่าการฝึกรูปแบบ Weight training วัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มความแข็งแรงทนทานของกล้ามเนื้อ โดยอาจจะใช้แรงต้านจากน้ำหนักร่างกายเราเอง (Body weight exercise) หรือใช้น้ำหนักจากอุปกรณ์ช่วยต่าง ๆ เช่น ยางยืด หรือ ดัมเบล เป็นต้น
  • การฝึกความยืดหยุ่น (Flexibility) เป็นการฝึกเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ รวมถึง กล้ามเนื้อ เอ็น และข้อต่อต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นให้กับร่างกาย
  • การฝึกการทรงตัว (Balance) จะช่วยให้ร่างกายมีการทรงตัวที่ดีขึ้น กล้ามเนื้อและข้อต่อแข็งแรง อีกทั้งยังสามารถป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุได้

สำหรับกิจกรรมทางกายนั้น ต่างจากการออกกำลังกาย คือหมายถึงการเคลื่อนไหวร่างกายรูปแบบใด ๆ ที่ต้องใช้กล้ามเนื้อและพลังงานในชีวิตประจำวันทั่วไป เช่น การขึ้นบันได การเดินระหว่างอาคาร การเดิน หรือปั่นจักรยานไปยังสถานที่ต่าง ๆ เป็นต้น เนื่องจากปัจจุบันนี้เราพบว่า กลุ่มกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อย หรือที่เราเรียกว่า “พฤติกรรมเนือยนิ่ง” (Sedentary lifestyle) ซึ่งคนในปัจจุบันมักจะมีพฤติกรรมเหล่านี้มากขึ้น เช่น การนั่งทำงาน การนั่งประชุม การนั่งหรือนอนเล่นโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น ทำให้มีกิจกรรมทางกายโดยรวมลดลง และพฤติกรรมเนือยนิ่งนี้ พบว่าสัมพันธ์กับการเกิดโรคเรื้อรังต่าง ๆ อีกด้วย

3. การนอนหลับ (Sleep) การนอนหลับถือเป็นปัจจัยสำคัญลำดับที่ 3 ที่หลาย ๆ คน มองข้าม ทางการแพทย์แนะนำว่า ต้องนอนหลับให้พอเหมาะอย่างน้อย 6-9 ชั่วโมงแล้วแต่บุคคล และการนอนหลับแต่ละครั้งนั้นควรจะเป็นการนอนหลับที่ถูกเวลา และมีคุณภาพ คือหลับลึกหลับยาวและตื่นมาตอนเช้ารู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า

เราพบว่าหากท่านใดมีปัญหาเรื่องการนอน มักมีปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ มาเกี่ยวข้อง ได้แก่ ความเครียด การดื่มแอลกอฮอล์หรือกาแฟมากเกินไป มื้ออาหาร ยาบางชนิด รวมไปถึงสภาพแวดล้อมในห้องนอนยังไม่เหมาะสมกับการนอน เป็นต้น

4. การจัดการความเครียด (Stress management) ความสามารถในการจัดการความเครียด รวมถึงต้องทราบวิธีบริหารความเครียดในรูปแบบของตัวเอง และมีอารมณ์ที่เหมาะสม ความเครียดส่งผลโดยรวมต่อทั้งสุขภาพร่างกายและโรคที่เกี่ยวกับข้องกับอารมณ์ ได้แก่ ภาวะวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า ระบบภูมิคุ้มกัน ภาวะโรคอ้วน เป็นต้น ดังนั้นเราทุกคนต้องทราบวิธีที่จะจัดการความเครียดของตัวเอง เพื่อไม่ให้เกิดความเครียดสะสมจนเกิดผลกระทบโดยรวมต่อสุขภาพ

5. การมีความสัมพันธ์ที่ดี (Relationships) เวชศาสตร์ไลฟส์สไตล์ เน้นไปที่เรื่องของการสร้างและดูแลความสัมพันธ์ โดยแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ 1. การสนับสนุนทางสังคม (Social support) และ 2. ความสัมพันธ์หรือที่พึ่งด้านจิตวิญญาณ (Spiritual Support) ความสัมพันธ์ที่ดีจะสามารถลดระดับความเครียด และยังสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้อีกด้วย

มนุษย์จัดเป็นสัตว์สังคม ยังคงต้องการความเชื่อมต่อพื้นฐานทางสังคม ทั้งความรัก การได้รับความยอมรับ ความนับถือ การมีตัวตน เป็นต้น ซึ่งการสนับสนุนทางสังคมนี้อาจจะมาจากคนรัก ครอบครัว เพื่อน หรือกลุ่มและเครือข่ายที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกันก็เป็นได้ ซึ่งความสัมพันธ์ที่มีควรเป็นความสัมพันธ์ที่มีคุณภาพ

สำหรับความสัมพันธ์หรือที่พึ่งด้านจิตวิญญาณ ปัจจุบันเราพบว่า บุคคลที่แสวงหาความหมายและเป้าหมายของชีวิต โดยเชื่อมโยงความสัมพันธ์กับจิตวิญญาณ ความเชื่อ หรือเป้าหมายบางอย่าง จะมีชีวิตที่มีความสุข และสุขภาพกายดีกว่าบุคคลทั่วไป

6. การหยุดสูบบุหรี่ และหลีกเลี่ยงการใช้สารเสพติด (Smoking Cessation and Risky Substances) ปัจจุบันนี้เราอาศัยอยู่ในโลกของสารพิษรอบตัว เป้าหมายของการมีสุขภาพดีคือ กำจัดพิษที่เกิดจากสารเสพติดเหล่านี้ หลัก ๆ ได้แก่ บุหรี่ แอลกอฮอล์ มลพิษ ยาเสพติด รวมไปถึงสารเคมีและสารกันบูด เป็นต้น สารเสพติดเหล่านี้ นอกจากก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพกายโดยรวมแล้ว ยังส่งผลกระทบต่ออารมณ์ของเราอีกด้วย

6 ปัจจัยหลักเหล่านี้ ดูเหมือนเป็นเรื่องง่าย แต่จริง ๆ แล้วทำได้ไม่ง่าย การที่เราจะมีสุขภาพที่ดีได้ตลอดอายุขัยนั้น เราต้องวางแผนแล้วลงมือปฏิบัติแบบวัดผลได้ รูปแบบและวิธีการอาจจะไม่ต้องสมบูรณ์ที่สุด แต่ขอให้ปฏิบัติได้เป็นส่วนใหญ่ เพียงเท่านี้ทุกคนก็จะมีสุขภาพที่ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน การเริ่มต้นมีสุขภาพดี เริ่มตอนนี้ ยังไม่สาย

.

👨‍⚕ หากต้องการสอบถามข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติม
🩺ทดลองเข้ามาใช้บริการโปรแกรมฟื้นฟูสุขภาพต่าง ๆ
👩🏻‍⚕️ สามารถสำรองนัดหมายเข้ามาคุยกับคุณหมอ
✨เพื่อออกแบบ Program ที่เหมาะสมกับคุณ ✨
.

ติดต่อได้ที่ศูนย์ดูแลสุขภาพ
🏥 Mousai Wellness Center 🌿
.
📍 https://maps.app.goo.gl/5upfoxwpdsg9hVNx5
📩 Line : @MousaiWellness
🌐 mousaiwellness.com
☎️ 02-0964991 , 061-8941881

#Mousai #MousaiWellness #โปรโมชัน #Wellness #Holistic #ดูแลสุขภาพ
#lifestylemedicine #antiaging #health #healthy #drbiglifestylemedicine
#คลินิกความงาม #ศูนย์สุขภาพ #ความงาม #ชะลอวัย #ตรวจสุขภาพ

ที่มา

Kelly, J., & Shull, J. (2019). Introduction to Lifestyle Medicine. The Lifestyle Medicine BOARD REVIEW (2nd Edition), 11-32. USA: American College of Lifestyle Medicine

เรียบเรียงโดย แพทย์หญิง ภิญญาพัชญ์ ชัยภูริหิรัญญ์

แพทย์เวชศาสตร์ป้องกัน (Preventive Medicine)

แพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ (Anti-aging and Regenerative Medicine)

แพทย์เวชศาสตร์ไลฟ์สไตล์ (Lifestyle medicine)

Open

Mousai Wellness Tel
Mousai Wellness Line